ถอดบทเรียน จุดเริ่มต้นความปลอดภัยของอาคารพาณิชย์

รู้หรือไม่? อุตสาหกรรมก่อสร้างและอาคาร ปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 40% ของโลก! ถ้าคุณเป็นเจ้าของโครงการที่กำลังจะสร้างตึกใหม่ เราสามารถเปลี่ยนตัวเลขนี้ได้ มาดูกันว่า “ตึกรักษ์โลก” ที่แท้จริง เขาทำกันอย่างไรตั้งแต่เริ่มวาดแบบ จนตอกเข็มต้นสุดท้าย

Company Profile

CLIENT :

LOCATION :

SERVICES :

AREA :

COMPLETION :

จากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ที่ร้านอาหาร ณ ลาดพร้าว เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่าน เหตุการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความจริงที่น่าเศร้าว่า ในเหตุเพลิงไหม้อาคาร สิ่งที่คร่าชีวิตผู้คนรวดเร็วที่สุดไม่ใช่เปลวไฟ แต่คือ “ควันพิษ” ที่บดบังทัศนวิสัยและทำลายระบบหายใจ บทความนี้ขอพาไปทำความรู้จักกับนวัตกรรม “ผนังโฟมไร้ควัน กันไฟ” มาตรฐานใหม่ของการก่อสร้างที่อาจช่วยรักษา “นาทีชีวิต” และป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอย

ถอดบทเรียนจากความสูญเสีย สู่การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย

เหตุการณ์เพลิงไหม้ร้านอาหาร ณ ลาดพร้าว เป็นอีกครั้งที่สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคม ข้อมูลเบื้องต้นระบุตรงกันว่า เพลิงและควันดำทึบลุกลามอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงนาที ทำให้ผู้ที่อยู่ภายในไม่สามารถมองเห็นเส้นทางหนีไฟและสูดดมควันพิษเข้าไปเป็นจำนวนมาก

ในอดีต การใช้วัสดุก่อสร้างหรือฉนวนกันความร้อนที่ไม่ได้มาตรฐาน เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ วัสดุเหล่านี้มักจะกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ลุกลามไว และปล่อยควันดำทึบที่เป็นพิษร้ายแรง แต่ในโลกวิศวกรรมการก่อสร้างยุคปัจจุบัน นวัตกรรมอย่าง ผนังโฟมกันไฟ (เช่น PIR – Polyisocyanurate Foam) ได้เข้ามาเปลี่ยนมาตรฐานนี้ โดยเปลี่ยนจากวัสดุที่อาจเป็นเชื้อเพลิง ให้กลายเป็น “เกราะป้องกัน” ที่ช่วยซื้อเวลาให้ผู้คนหนีรอดได้อย่างปลอดภัย

ทำไมอาคารพาณิชย์ สถานบันเทิง หรือโรงงานยุคใหม่ จึงควรให้ความสำคัญกับวัสดุประเภทนี้เป็นอันดับแรก?

1. ไร้ควันพิษ ลามไฟช้า = ซื้อ “นาทีชีวิต”

สถิติและบทเรียนจากเหตุเพลิงไหม้ทุกครั้งชี้ให้เห็นว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากการสูดดมควันพิษจนหมดสติก่อนที่ไฟจะมาถึงตัว การมองไม่เห็นทางออกในขณะที่ไฟฟ้าดับและควันหนาแน่น คืออุปสรรคที่อันตรายที่สุด

  • ความต่างของโฟมยุคใหม่: ผนังโฟมกันไฟ (PIR) ถูกออกแบบโครงสร้างทางเคมีมาเป็นพิเศษ เมื่อสัมผัสกับเปลวไฟ มันจะไม่หลอมละลายหยดลงพื้น (Non-Dripping) และไม่ลามไฟ แต่จะเปลี่ยนสภาพผิวหน้าให้กลายเป็น “คาร์บอน (Char Ring)” สีดำ เพื่อบล็อกออกซิเจนและป้องกันไม่ให้ไฟลามเข้าไปถึงเนื้อโฟมด้านใน
  • ไร้ควันดำทำลายระบบหายใจ: ข้อดีที่สำคัญที่สุดในสถานการณ์วิกฤตคือ เมื่อเกิดการเผาไหม้ โฟมชนิดนี้จะปล่อยควันในปริมาณที่น้อยมากและมีความเป็นพิษต่ำ (Low Smoke) สิ่งนี้ช่วยคงทัศนวิสัยในการมองเห็นป้ายทางออกหรือเส้นทางหนีไฟ และซื้อ “นาทีทอง (Golden Minute)” ให้ผู้ใช้อาคารอพยพได้อย่างปลอดภัย ซึ่งอาจหมายถึงชีวิตของคนจำนวนมาก

2. มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก ที่ประกันภัยยอมรับ

การเลือกใช้วัสดุที่ปลอดภัย เป็นการแสดงความรับผิดชอบสูงสุดของเจ้าของโครงการต่อผู้ใช้งานอาคาร และในขณะเดียวกันก็เป็นการปกป้องธุรกิจด้วย

  • ผนังโฟมกันไฟคุณภาพสูงมักจะผ่านมาตรฐานการทดสอบการทนไฟระดับสากล เช่น FM Approvals (มาตรฐานจากบริษัทประกันภัยระดับโลก)
  • การลดความเสี่ยงด้วยวัสดุมาตรฐาน: อาคารพาณิชย์ หรือสถานประกอบการ ที่เลือกใช้วัสดุที่ผ่านมาตรฐาน FM Approved จะได้รับการประเมินความเสี่ยงที่ต่ำลง ซึ่งสามารถช่วยลดเบี้ยประกันอัคคีภัยให้กับธุรกิจได้ ถือเป็นการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงทั้งในแง่ของชีวิตและทรัพย์สิน

3. ยืนหนึ่งเรื่องกันความร้อนโดยไม่ทิ้งความปลอดภัย 

นอกเหนือจากความปลอดภัยสูงสุดในยามวิกฤตแล้ว ในเวลาปกติ ผนังโฟมชนิดนี้ยังตอบโจทย์ด้านการประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็นรากฐานของอาคารยุคใหม่

  • โฟม PIR มีค่าการนำความร้อน (k-Value) ที่ต่ำมาก ทำหน้าที่เสมือนฉนวนที่ป้องกันความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ตัวอาคาร
  • ช่วยลดภาระของระบบปรับอากาศ และลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว โดยที่เจ้าของอาคารไม่ต้องยอมประนีประนอมแลกกับความเสี่ยงเรื่องอัคคีภัย

ความปลอดภัย คือการลงทุนที่ไม่มีคำว่าขาดทุน

ความสูญเสียจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่ลาดพร้าว เป็นฝันร้ายที่เราทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก การก่อสร้างและออกแบบอาคารพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร สถานบันเทิง หรือโรงงาน จึงไม่ใช่แค่การคำนึงถึงความสวยงามหรือการกดต้นทุนก่อสร้างให้ต่ำที่สุด แต่ต้องคำนึงถึง “ความปลอดภัยสูงสุด” ของชีวิตมนุษย์เป็นที่ตั้ง

ผนังโฟมไร้ควัน กันไฟ เป็นเพียงหนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญของการออกแบบอาคารที่ปลอดภัย การเตรียมพร้อมทั้งเรื่องวัสดุ ทางหนีไฟที่ชัดเจน ไม่มีสิ่งกีดขวาง และระบบดับเพลิงที่ได้มาตรฐาน คือสิ่งที่เจ้าของโครงการต้องรับผิดชอบ

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทเรียนจากความสูญเสียครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้อุตสาหกรรมการก่อสร้างและผู้ประกอบการทุกท่าน หันมาตระหนักและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้มีใครต้องสูญเสียคนที่รักจากเหตุการณ์ที่สามารถป้องกันได้อีกต่อไป

สำหรับใครที่กำลังออกแบบหรือปรับปรุงอาคารขนาดใหญ่ ลองเปลี่ยนมุมมองจากการถามว่า “เราต้องใช้แอร์กี่ตันถึงจะเย็น?” มาเป็น “เราจะจัดการ Airflow อย่างไรให้คนสบายที่สุดโดยใช้พลังงานน้อยที่สุด?” แล้วคุณจะพบว่า นวัตกรรมที่เรียบง่ายอย่าง Big Fan นี่แหละครับ คือ Game Changer ตัวจริงของวงการนี้

🌱 เริ่มต้นก้าวแรกสู่ความยั่งยืนที่คุ้มค่าไปกับเรา

ติดต่อ ZE Build (บริษัทในเครือ EM Group) ได้แล้ววันนี้

ติดต่อ LINE : https://lin.ee/XQtZy5g

ZE Build 

ผู้ออกแบบก่อสร้างอาคารประหยัดพลังงานมาตรฐาน Zero Energy Building

ผู้เขียน : Teppasin Buakaew

• Insights

Ideas, Stories, and Strategies Worth Sharing

Explore ideas, stories, and strategies from our real world projects where design, energy, and innovation come together to solve challenges and create lasting impact.