ติดตั้งโซลาร์เซลล์โรงงาน ลดค่าไฟทันที คืนทุนไว

ออกแบบอาคารอาคารพาณิชย์และอาคารสาธารณะขนาดใหญ่อย่างมืออาชีพ

EM Design คู่คิดด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมครบวงจร (One-Stop Service)

เชี่ยวชาญพิเศษในกลุ่มโรงพยาบาล 30-100+ เตียง และอาคารซับซ้อน มั่นใจด้วยประสบการณ์จากกลุ่มโรงพยาบาลชั้นนำระดับประเทศ

หลักสำคัญ 7 ข้อของ Universal Design

Universal Design ไม่ใช่แค่เรื่องคนพิการ: เจาะลึกหลัก 7 ประการของการออกแบบเพื่อทุกคน
เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมปุ่มกดในลิฟต์ถึงมีอักษรเบลล์? ทำไมประตูห้างสรรพสินค้าถึงเป็นระบบอัตโนมัติ? หรือทำไมทางลาดถึงสำคัญนัก? หลายคนอาจคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทำมาเพื่อ “คนพิการ” เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง แนวคิด Universal Design (UD) หรือ อารยสถาปัตย์ คือการออกแบบเพื่อให้ “ทุกคน” ในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ คนท้อง หรือแม้แต่ตัวเราในวันที่เจ็บป่วย สามารถใช้งานได้อย่างเท่าเทียมและสะดวกสบายครับ,
วันนี้เราจะพาไปเจาะลึก หลักการ 7 ประการของ Universal Design ที่เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสรรค์สิ่งรอบตัว โดยอ้างอิงจากมุมมองของสถาปนิกและการอัปเดตกฎหมายปี 2564 ครับ

จีนประกาศยกเลิกเงินคืนภาษี Solar Cell กระทบต้นทุนตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลก

ในฐานะผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลก จีนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางของตลาดพลังงานสะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญอย่างแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่ แต่ล่าสุด กระทรวงการคลังของจีนได้ออกประกาศนโยบายฉบับใหม่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอุตสาหกรรม
การขยายมาตรการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า “การทำธุรกิจสีเขียว” ไม่ใช่เรื่องของภาพลักษณ์อีกต่อไป แต่เป็น เครื่องมือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ช่วยลดต้นทุนระยะยาว และเตรียม SME ไทยให้พร้อมรับกติกาเศรษฐกิจยุคคาร์บอนต่ำในอนาคต

สถาปัตยกรรมอุตสาหกรรมภายใต้มาตรฐาน GHP

ในภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนอาหาร ยา และเวชภัณฑ์ การออกแบบอาคารไม่ได้เป็นเพียงการสร้างโครงสร้างเพื่อคุ้มกันแดดและฝนอีกต่อไป หากแต่เป็นวิศวกรรมขั้นสูงที่ต้องผสาน “ความปลอดภัยของผู้บริโภค” (Consumer Safety) เข้ากับ “ประสิทธิภาพการดำเนินงาน” (Operational Efficiency) และ “ความยั่งยืนทางพลังงาน” (Energy Sustainability) อย่างไร้รอยต่อ ความท้าทายที่ผู้ประกอบการและนักออกแบบต้องเผชิญในปัจจุบันคือการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากการปรับปรุงมาตรฐานสากลอย่าง Codex Alimentarius และกฎหมายภายในประเทศของไทย เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 420 พ.ศ. 2563

ยุคแห่งอาคารประหยัดพลังงานและการออกแบบที่ยั่งยืน

จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก พบว่าตลาดการก่อสร้างไทยในปี 2025 มีมูลค่าสูงถึง 2.66 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9 แสนล้านบาท 1 โดยแม้ว่าการก่อสร้างอาคารใหม่ (New Construction) จะยังคงครองส่วนแบ่งตลาดหลักที่ร้อยละ 74.1 แต่สัญญาณที่เด่นชัดคืออัตราการเติบโตของการรีโนเวทอาคารเดิม (Renovation) ที่คาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 6.17 ต่อปีในช่วงปี 2025-2030 ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวเชิงโครงสร้างของภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่เริ่มตระหนักว่า “ต้นทุน” ไม่ได้จบลงที่วันส่งมอบอาคาร แต่ครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ตลอดอายุการใช้งาน

ด่วน! SME Green Productivity เพิ่มวงเงิน 30 ล้านบาท

รัฐบาลมีมติ ขยายโครงการ SME Green Productivity เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น ทั้งในด้าน ระยะเวลาและวงเงินสนับสนุน โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการช่วยให้ธุรกิจปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กับการลดการใช้พลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

การขยายมาตรการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า “การทำธุรกิจสีเขียว” ไม่ใช่เรื่องของภาพลักษณ์อีกต่อไป แต่เป็น เครื่องมือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ช่วยลดต้นทุนระยะยาว และเตรียม SME ไทยให้พร้อมรับกติกาเศรษฐกิจยุคคาร์บอนต่ำในอนาคต

อาคาร ZEB ในปี 2026

ปีพุทธศักราช 2568 (ค.ศ. 2025) มิใช่เพียงหมุดหมายทางปฏิทินของแผนยุทธศาสตร์ชาติ แต่คือนาทีทองแห่งการเปลี่ยนผ่าน (Tipping Point) ของอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ไทย จากสภาวะ “ทางเลือก” (Voluntary) สู่สภาวะ “บังคับใช้” (Mandatory) ภายใต้แรงกดดันจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ “ภาวะโลกเดือด” (Global Boiling) ที่ทวีความรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจระดับมหภาค ประเทศไทยในฐานะภาคีสมาชิกกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ได้ประกาศเจตจำนงในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี 2065 ซึ่งพันธสัญญาเหล่านี้กำลังถูกแปลงสภาพจากถ้อยแถลงบนเวทีโลก ให้กลายเป็นตัวบทกฎหมายที่มีผลบังคับใช้จริงในราชกิจจานุเบกษา

จุดเปลี่ยนสำคัญของการออกแบบ ก่อสร้าง และพลังงาน ในยุค Net Zero

ปีพุทธศักราช 2568 (ค.ศ. 2025) นับเป็นหมุดหมายที่สำคัญยิ่งในหน้าประวัติศาสตร์วงการก่อสร้าง สถาปัตยกรรม และวิศวกรรมของประเทศไทย ภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินและบริบททางกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จากการติดตามสถานการณ์และรวบรวมข้อมูลจากราชกิจจานุเบกษา ประกาศกระทรวง และมติคณะรัฐมนตรีตลอดทั้งปี พบว่ารัฐบาลไทยได้ดำเนินยุทธศาสตร์แบบ “คู่ขนาน” (Dual-Track Strategy) ในการจัดการกฎหมายควบคุมอาคาร กล่าวคือ ในด้านหนึ่งมีการ “ปลดล็อก” พันธนาการทางกฎหมายเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจพลังงานสะอาด แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับมีการ “กระชับ” มาตรการด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมให้มีความเข้มข้นสูงสุดในรอบทศวรรษ

นโยบายพลังงานสะอาด 2568 : พลิกโฉมประเทศไทยสู่ฮับพลังงานสีเขียว

ปี 2568 คือปีแห่งประวัติศาสตร์ของนโยบายพลังงานไทย ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญจากการดำเนินงานแบบ “สมัครใจ” ไปสู่การใช้ “กฎหมายบังคับ” อย่างเต็มรูปแบบ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากแรงกดดันสามด้าน (Triple Pressure) ทั้งจากพันธกรณีระหว่างประเทศ มาตรการทางการค้า และความต้องการของนักลงทุนต่างชาติ เปรียบเสมือนการวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับบ้านหลังใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คู่มือฉบับนี้จะเจาะลึกและสังเคราะห์นโยบายสำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปีนี้ให้เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจทุกคน

EM Group จัดอบรม AI เสริมทักษะดิจิทัลให้พนักงาน

EM Group จัดอบรม AI เสริมทักษะดิจิทัลให้พนักงาน โดยมี ทีมการตลาดของ EM Group ทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน AI เพื่อให้ทีมงานทุกฝ่ายสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในงานประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล