1 ปีผ่านไป เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ วงการออกแบบก่อสร้าง รับมือยังไง?

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ประเทศไทยต้องเผชิญกับฝันร้ายที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกนิจูด จากรอยเลื่อนสะกายในประเทศเมียนมา ที่ระดับความลึกเพียง 10 กิโลเมตร แม้จุดศูนย์กลางจะอยู่ห่างออกไป แต่พลังทำลายล้างได้ส่งคลื่นความถี่ต่ำ (Long-period ground motion) แผ่ขยายมาถึงประเทศไทย ส่งผลกระทบใน 63 จังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือและกรุงเทพมหานคร
ภาพตึกสูงตระหง่านในเมืองหลวงแกว่งไกวรุนแรง บางอาคารที่มีความสูง 60 ชั้นเกิดการแกว่งตัวกว้างถึง 1.6 เมตร และโศกนาฏกรรมอาคารสูงที่กำลังก่อสร้างย่านจตุจักรพังถล่มลงมาจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก กลายเป็น “บทเรียนราคาแพง” ที่ปลุกให้สังคมไทยตื่นรู้ว่า “ประเทศไทย ไม่ได้ปลอดภัยจากแผ่นดินไหวแบบ 100% อีกต่อไป”
ทีมครบ สำคัญอย่างไร?

การที่ EM Design มีทีมสถาปนิกและวิศวกรทำงานร่วมกัน ภายใต้ศูนย์กลางเดียวกัน ถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่ช่วยยกระดับกระบวนการออกแบบและก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพมากกว่ารูปแบบการทำงานแยกส่วนทั่วไป โดยแนวทางนี้ช่วยให้ทุกการตัดสินใจตั้งแต่ต้นโครงการถูกพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของดีไซน์ ฟังก์ชัน การก่อสร้างจริง ต้นทุน และประสิทธิภาพพลังงาน ทำให้ลดความเสี่ยงของปัญหาหน้างาน เช่น แบบชนกัน ระบบลงไม่ได้ หรือการแก้ไขซ้ำซ้อนที่ทำให้โครงการล่าช้าและงบประมาณบานปลาย
การรวมทีมไว้ในองค์กรเดียวกันยังช่วยให้การสื่อสารและการตัดสินใจเป็นไปอย่างรวดเร็ว สามารถปรับแบบและแก้ไขปัญหาได้แบบเรียลไทม์ ส่งผลให้โครงการดำเนินไปอย่างราบรื่น ควบคุมระยะเวลาและงบประมาณได้แม่นยำมากขึ้น และสร้างผลลัพธ์ที่ทั้ง “สวย ใช้งานได้จริง และคุ้มค่าในระยะยาว” อย่างแท้จริง
การเตรียมตัวและขั้นตอนการปรับปรุงสู่เกณฑ์ ZEB

ในยุคที่ต้นทุนพลังงานพุ่งสูงและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวคิด Zero Energy Building (ZEB) หรือ “อาคารพลังงานสุทธิเป็นศูนย์” จึงกลายเป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของการพัฒนาอาคารยุคใหม่ โดยอาคารประเภทนี้สามารถผลิตพลังงานหมุนเวียนได้เพียงพอ หรือมากกว่าการใช้งานจริงตลอดทั้งปี บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจแนวทางการเตรียมตัวเพื่อยกระดับอาคารสู่มาตรฐาน ZEB พร้อมวิเคราะห์ข้อดี ข้อจำกัด และประเด็นสำคัญที่เจ้าของโครงการควรรู้ก่อนเริ่มต้นปรับปรุงอาคารจริง
ปรับตัวเข้าหาโลก เหตุผลที่โรงแรมปัจจุบันต้องกรีน!

อุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ที่ความหรูหราเพียงอย่างเดียวไม่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อีกต่อไป แต่ต้องมาพร้อมกับ “ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม” การออกแบบและพัฒนาโรงแรมให้เป็น “อาคารเขียว” (Green Building) ไม่ใช่เพียงการทำ CSR เพื่อภาพลักษณ์ แต่กลายเป็นยุทธศาสตร์หลักทางธุรกิจ (Core Business Strategy) เพื่อรับมือกับกฎหมายโลกใหม่ ลดต้นทุนการดำเนินงานระยะยาว และดึงดูดกลุ่มนักเดินทางคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง
5 เทคนิคออกแบบยังไงให้ปลอด Carbon Tax By EM Design

การออกแบบอาคารเก่าหรือรีโนเวทอาคารให้รอดพ้นหรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากอัตรา “ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax)” และมาตรการทางสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นนั้น จำเป็นต้องอาศัยการออกแบบที่ลดการปล่อยคาร์บอนทั้งวงจรชีวิตของอาคาร ซึ่ง EM Design บริษัทในเครือ EM Group สามารถตอบโจทย์นี้ได้ผ่านแนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมแบบบูรณาการ
ออกแบบอย่างไรให้ตอบโจทย์ Green Transformation

ในโลกยุค Boiling Global ที่กฎกติกาการค้าและสิ่งแวดล้อมกำลังบีบรัดทุกธุรกิจ คำถามสำคัญของคนทำอสังหาริมทรัพย์และเจ้าของโครงการไม่ใช่ “ทำตึกเขียวแล้วคุ้มไหม?” อีกต่อไป แต่คือ “ถ้าไม่ทำตอนนี้ จะเสียหายแค่ไหนในอนาคต?”
หลายคนเข้าใจผิดว่า Green Transformation คือการซื้อเทคโนโลยีมาติดตั้งทีหลัง แต่แท้จริงแล้ว มันคือกระบวนการคิดใหม่ทั้งหมดแบบ “องค์รวม” (Holistic Design)
หากคุณยังทำงานแบบเดิม ผลลัพธ์คือคุณจะได้อาคารที่ล้าสมัยตั้งแต่วันแรกที่ตัดริบบิ้นเปิดใช้งาน และนี่คือ 3 หัวใจสำคัญที่คุณต้องเปลี่ยน และราคาที่คุณต้องจ่ายหากละเลย
5 บทบาทสำคัญของผู้จัดการโครงการที่ขับเคลื่อนโปรเจกต์

เมื่อเรามองไปยังโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงานสูงตระหง่าน โรงพยาบาลที่ทันสมัย หรือโรงแรมหรูหราที่กำลังก่อร่างสร้างตัวขึ้น เรามักจะนึกถึงภาพของสถาปนิกผู้ออกแบบและวิศวกรผู้ควบคุมโครงสร้าง แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า ท่ามกลางความซับซ้อนและผู้เชี่ยวชาญนับสิบแขนง ใครคือคนที่คอยจัดการให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นราวกับวงออเคสตร้าวงใหญ่?
คำตอบที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการเหล่านี้คือบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งของ “ผู้จัดการโครงการ” หรือ Project Manager (PM) บุคคลที่เป็นมากกว่าผู้ประสานงาน แต่เป็นทั้งนักวางกลยุทธ์ ผู้ควบคุมทิศทาง และผู้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า บทความนี้จะเปิดเผยมุมมองและบทบาทสำคัญของ PM ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้โครงการมูลค่าหลายร้อยหลายพันล้านบาทสำเร็จลุล่วงไปได้
เบื้องหลังกำแพงโรงพยาบาล: 6 ความลับทางวิศวกรรมที่ซ่อนอยู่ในการออกแบบ

เราทุกคนล้วนเคยมีประสบการณ์ในการเดินเข้าไปในโรงพยาบาล ไม่ว่าจะในฐานะผู้ป่วย ผู้มาเยี่ยม หรือแม้แต่ผู้ที่มาติดต่อธุระ เรามักจะมองเห็นอาคารที่ดูสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย แต่เคยสงสัยไหมว่าเบื้องหลังกำแพงสีขาว ทางเดินที่สว่างไสว และประตูห้องตรวจที่ปิดสนิทนั้น มีความซับซ้อนทางวิศวกรรมอะไรซ่อนอยู่บ้าง?
บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเบื้องหลังกำแพงเหล่านั้น ผ่านมุมมองของวิศวกรผู้ออกแบบระบบประกอบอาคารของโรงพยาบาล เพื่อค้นพบ 6 เกร็ดความรู้ที่น่าทึ่ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้โรงพยาบาลสามารถทำหน้าที่เป็น “ระบบสนับสนุนชีวิต” ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
หลักสำคัญ 7 ข้อของ Universal Design

Universal Design ไม่ใช่แค่เรื่องคนพิการ: เจาะลึกหลัก 7 ประการของการออกแบบเพื่อทุกคน
เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมปุ่มกดในลิฟต์ถึงมีอักษรเบลล์? ทำไมประตูห้างสรรพสินค้าถึงเป็นระบบอัตโนมัติ? หรือทำไมทางลาดถึงสำคัญนัก? หลายคนอาจคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทำมาเพื่อ “คนพิการ” เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง แนวคิด Universal Design (UD) หรือ อารยสถาปัตย์ คือการออกแบบเพื่อให้ “ทุกคน” ในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ คนท้อง หรือแม้แต่ตัวเราในวันที่เจ็บป่วย สามารถใช้งานได้อย่างเท่าเทียมและสะดวกสบายครับ,
วันนี้เราจะพาไปเจาะลึก หลักการ 7 ประการของ Universal Design ที่เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสรรค์สิ่งรอบตัว โดยอ้างอิงจากมุมมองของสถาปนิกและการอัปเดตกฎหมายปี 2564 ครับ
สถาปัตยกรรมอุตสาหกรรมภายใต้มาตรฐาน GHP

ในภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนอาหาร ยา และเวชภัณฑ์ การออกแบบอาคารไม่ได้เป็นเพียงการสร้างโครงสร้างเพื่อคุ้มกันแดดและฝนอีกต่อไป หากแต่เป็นวิศวกรรมขั้นสูงที่ต้องผสาน “ความปลอดภัยของผู้บริโภค” (Consumer Safety) เข้ากับ “ประสิทธิภาพการดำเนินงาน” (Operational Efficiency) และ “ความยั่งยืนทางพลังงาน” (Energy Sustainability) อย่างไร้รอยต่อ ความท้าทายที่ผู้ประกอบการและนักออกแบบต้องเผชิญในปัจจุบันคือการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากการปรับปรุงมาตรฐานสากลอย่าง Codex Alimentarius และกฎหมายภายในประเทศของไทย เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 420 พ.ศ. 2563